มาตรฐานการติดตั้ง

handtools

มาตรฐานการติดตั้งระบบสัญญาณกันขโมย

วีธีการเดินท่อร้อยสายสัญญาณ

การเดินท่อในแนวราบเช่นบริเวณใต้ฝ้าจะใช้ท่อพีวีซี (PVC)

ท่อ พีวีซีที่ใช้ร้อยสายไฟฟ้าเป็นท่อพีวีซีสีเหลืองหรือสีขาว ใช้ติดตั้งในผนัง พื้นและเพดาน กรณีที่เดินในที่โล่งต้องเป็นบริเวณที่ไม่มีอะไรมากระทบกระแทก และห้ามใช้เดินกลางแจ้ง ส่วนการติดตั้งและร้อยสายมีหลักเกณฑ์เช่นเดียวกับท่ออีเอ็มที (EMT)

1

การเดินท่อในแนงดิ่งเช่นช่วงต่อลงมายังวงกบประตูหน้าต่างจะใช้ท่ออีเอ็มที EMT

ท่อโลหะเดินสายชนิดท่อบาง ท่อโลหะชนิดนี้มักเรียกชื่อย่อว่า อีเอ็มที (EMT) เป็นท่อที่มีน้ำหนักเบา ความหนาของท่อชนิดนี้จะประมาณ 40% ของท่อชนิดหนา เนื่องจากท่ออีเอ็มทีมีน้ำหนักเบาและง่ายต่อการตัดโค้ง จึงนิยมใช้ในการเดินสายไฟในบ้านที่อยู่อาศัย

หัวต่อชนิดขันสกรู การใช้หัวต่อชนิดนี้ต้องอาศัยการขันสกรูเพื่อยึดท่อให้เข้าที่ การยึดท่อแบบนี้สามารถคลายออกได้ และนำกลับไปยึดท่อใหม่ได้อีก

10

ขนาดของท่ออีเอ็มที

ท่ออีเอ็มที เส้นหนึ่งจะยาวประมาณ 3 เมตร ร้านขายเครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้านั้นจะมีท่อเดินสายขนาดต่าง ๆ ชนิดต่าง ๆ ไว้จำหน่ายเป็นจำนวนมาก ขนาดของท่ออีเอ็มทีนี้มีตั้งแต่ขนาด ½ นิ้วถึงขนาด 4 นิ้ว

8

การต่อท่อกับท่ออีเอ็มที โดยใช้ Coupling

ข้อต่อท่ออีเอ็มที ท่อที่ใช้เดินสายไฟนี้แตกต่างจากสายเคเบิลชนิดเปลือกโลหะและชนิดเปลือกอโลหะตรงที่จะต้องต่อท่อเข้าด้วยกันหากต้องเดินท่อเกินกว่าระยะทาง 300 เซนติเมตร

11

คัปบลิ้ง (Coupling) ใช้สำหรับต่อท่ออีเอ็มทีที่มีความยาวเกินกว่า  300 เซนติเมตร

 

อุปกรณ์สำหรับยึดท่อ

การจับยึดท่ออีเอ็มที NEC  ได้กำหนดไว้ว่าจะต้องติดตั้งท่ออีเอ็มทีให้เป็นระบบที่สมบูรณ์และต้องมีการยึดท่อไม่เกิน ระยะ 300 เซนติเมตร  และภายในระยะ 90 เซนติเมตร จากกล่องต่อสายกล่องแยกสาย กล่องควบคุม หรือดวงไฟ เป็นต้น

อุปกรณ์การเกาะยึดผนัง ฝ้า เพดานพื้นห้อง อุปกรณ์นี้เมื่อเราขันตัวสกรูหรือบางแบบขันน็อตเข้ามาทำให้กลไกภายในทำงานกางลวดสปริงให้ถ่างออกไปดันกับช่วงผนังนั้นกระชับแน่นยิ่งขึ้น และอุปกรณ์อีกอย่างหนึ่งที่ต้องสนใจก็คือ สมอบก เป็นอุปกรณ์ช่วยในการจับยึดผนังไว้ไม่ให้หลุดออกมาได้ อาศัยหลักการเดียวกันกับอุปกรณ์เกาะยึดผนัง เมื่อเราใส่สมอบกเข้าไปแล้ว ขันสกรูเข้าไปสมอบกซึ่งมันอ้าอยู่แล้วก็จะกางขาที่อ้านั้นออกไปดันกับรูภายในผนังนั้น

3

7

การต่อท่อกับ กล่องต่อสายใช้ บุชชิ่งและล็อคนัท (Bushing , Lock nut)

การติดตั้งท่อร้อยสายเข้ากับกล่องต่อสาย ต้องมีบุชชิ่ง เพื่อป้องกันมิให้ฉนวนหุ้มสายชำรุด

5

การเดินท่อฝังในผนัง

การตัดท่ออีเอ็มที ท่ออีเอ็มทีสามารถใช้เลื่อยเหล็กตัดให้ขาดได้ เมื่อตัดแล้วท่อจะปรากฏมีรอยตัดที่แหลมคม เศษโลหะโผล่ออกมาเต็มไปหมด จึงจำเป็นต้องมีการขจัดสิ่งเหล่านี้ออกไปด้วยการใช้เครื่องมือ

การดัดต่ออีเอ็มที การตัดท่อเดินสายไฟนี้จะต้องมีความระมัดระวังและใช้ความชำนาญพอสมควร อาศัยเทคนิคพร้อมเครื่องมือที่ใช้ในการดัดท่อให้โค้งงอเป็นไปในลักษณะต่าง ๆ

การดัดท่อเป็นมุม 90 องศา ท่อดัด 90 องศา ใช้ในกรณีมุม 90 องศา ตามระยะที่กะไว้ ให้สังเกตว่าระยะที่กะและทำเครื่องหมายไว้บนท่อนั้นจะต้องเป็นระยะที่รวมถึงระยะที่เครื่องมือนั้นทาบไปชนท่อนั้นด้วย หากวางเครื่องมือไปชนท่อในระยะที่ถูกต้อง รอยโค้งงอที่เกิดขึ้นก็จะถูกต้องตามที่ต้องการ

12

กฎเกี่ยวกับการดัดงอท่ออีเอ็มที ในหนังสือ NEC ได้กล่าวไว้ว่า “การดัดงอท่อเดินสายไฟนั้นต้องไม่ทำให้ท่อเดินสายไฟได้รับความเสียหาย และเส้นผ่านศูนย์กลางภายในท่อต้องไม่ลดลงกว่าเดิมด้วย” นอกจากนี้ยังได้กล่าวไว้อีกว่า “ในการเดินท่อสายไฟที่ทำด้วยโลหะระหว่างกล่องต่อสายไฟ 2 กล่อง หรือระหว่างดวงไฟกับดวงไฟ หรือระหว่างดวงไฟกับกล่องต่อสายจะต้องมีมุมที่โค้งงอของท่อรวมกันไม่เกิน 4 มุมฉาก (360 องศา) ทั้งนี้รวมไปถึงมุมโค้งงอที่จุดเข้ากล่องต่อสายหรือดวงไฟด้วย” หรือจะพูดได้ว่าไม่ควรเกิน 4 โค้ง เพราะว่าเราจะร้อยสายไฟเข้าไปในท่อลำบาก ในหนังสือ NEC จะระบุไว้ในตารางถึงการยอมรับรัศมีความโค้งงอที่ต่ำที่สุดของท่อบางขนาดต่าง ๆ กัน

 

วิธีการต่อเชื่อมสายสัญญาณ

บัดกรี

การต่อสายด้วยวิธีบัดกรี ด้วยเหตุที่ขั้วต่อสายไฟฟ้า เช่น กระจุ๊บพลาสติก สามารถใช้งานได้สะดวก

ประหยัดเวลา ช่างไฟฟ้าจึงไม่ต้องบัดกรีรอยต่อเหล่านั้น ซึ่งนอกจากจะไม่ต้องเสียเวลาในการเชื่อมรอยต่อสายไฟแล้วยังไม่ต้องใช้ความชำนาญงานเชื่อมอีกด้วย แต่อย่างไรก็ดีการบัดกรีก็ยังเป็นวิธีการที่สำคัญที่ให้ความเชื่อมั่นและปลอดภัยได้มากที่สุดสำหรับการรวมสายไฟฟ้าหลาย ๆ สายเข้าด้วยกัน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเรียนวิธีการบัดกรีสายไฟด้วย

เมื่อตัดสินใจจะทำการบัดกรีรอยต่อสายไฟฟ้าปอกฉนวนพลาสติกตรงบริเวณรอยที่จะต่อนั้นแล้วควรรีบทำการบัดกรีรอยต่อนั้น เพราะหากปล่อยไว้เป็นเวลานาน ๆ รอยต่อที่ปอกนั้นจะทำปฏิกิริยากับอากาศ  ฝุ่นละออง และความชื้นเกิดออกไซด์เป็นสนิมขึ้น จะทำให้บัดกรีติดยาก ได้รอยบัดกรีที่ไม่ดี ดังนั้นพื้นผิดรอบรอยต่อต้องสะอาดปราศจากน้ำมัน ฝุ่นสกปรกและสนิม ควรทำความสะอาดผิวงานด้วยกระดาษทรายละเอียด ผ้าแร่ กากกะพรุนป่น (emery cloth คล้ายกระดาษทราย) หรือใช้น้ำประสาน (flux) ช่วยก็ได้

2

ตะกั่วบัดกรีปกติมีขายเป็นแบบแท่ง หรือเป็นแบบลวดขด และจะละลายตัวเมื่อถูกความร้อนจากเครื่องมือบัดกรี เช่น หัวแร้งแช่ หัวแร้งไฟฟ้า หัวแร้งไฟฟ้าจะใช้งานในที่ที่มีไฟฟ้าไปถึงได้ อย่างไรก็ดีไม่ว่าจะทำการบัดกรีด้วยวิธีใดก็ตาม เราจะต้องให้ตะกั่วบัดกรีวางอยู่บนรอยต่อสายไฟ ซึ่งตรงกันข้ามกับตำแหน่งการวางหัวแร้งเสมอ แสดงการบัดกรีทั้ง 2 วิธี ซึ่งจะเห็นได้ว่าตะกั่วบัดกรีที่กำลังละลายตัวจะไหลเข้าหาแหล่งความร้อน นั่นก็คือหากส่วนบนของตัวร้อนมากพอที่จะละลายตะกั่วบัดกรีส่วนล่างของตัวนำซึ่งอยู่ติดกับแหล่งความร้อนมากที่สุด ก็จะดึงให้ตะกั่วบัดกรีไหลผ่านผิวสายไฟทั้งหมดลงมาด้วย หลังจากนั้นก็ต้องปล่อยให้รอยเชื่อมนั้นเย็นตัวลงเองและต้องไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ ของสายไฟตัวนำนั้น ขณะเดียวกันต้องไม่เป่าพัดหรือจุ่มรอยต่อนี้ลงในน้ำเพื่อให้มันเย็นตัวลงอย่างฉับพลัน จะทำลายความแข็งแรงทนทานของรอยต่อบัดกรีนั้นลดลง เมื่อรอยต่อเย็นตัวลงต้องรีบทำความสะอาดโดยการเช็ดน้ำประสานที่เหลือออกด้วยผ้าขี้ริ้วชื้น ๆ แล้วเช็ดให้แห้ง หลังจากนั้นพันรอยต่อนั้นด้วยเทปพันสายไฟ

 

การใช้ท่อหด

6

 

การใช้เทปพันสาย

การพันเทปรอบรอยต่อสายไฟ  การพันเทปรอบรอยต่อนั้นเพื่อป้องกันรอยต่อเป็นสนิม และกันกระแสไฟฟ้ารั่วทำให้เกิดอันตรายได้ ดังนั้นการพันรอยต่อด้วยเทปจะต้องมีคุณสมบัติที่สามารถเป็นฉนวนไฟฟ้าและเป็นผิวป้องกันได้อย่างน้อยที่สุดก็ควรเหมือนกับสายไฟที่มีฉนวนหุ้มอยู่แม้ว่าเทปพันสายพลาสติกนี้ 1 รอบสามารถเป็นฉนวนที่ทนแรงดันไฟฟ้าได้ถึง 600 โวลต์ แต่จำเป็นต้องพันด้วยเทปหลาย ๆ ชั้น เพื่อให้ได้ผลในการป้องกันทางกลดี

วิธีการพันเทปรอบรอยต่อนั้นต้องดึงเทปพลาสติกให้ตึง เพราะจะช่วยทำให้การพันรอบรอยต่อได้แน่นหนายิ่งขึ้น

4

การใช้ Junction Box

กล่องต่อสายหรือกล่องพักสาย  และใช้สำหรับการต่อแยกสายสัญญาณ กล่องต่อสายที่ใช้ในปัจจุบันมี 3 ประเภท คือ 1. กล่องสี่เหลี่ยมด้านเท่า มีขนาด 4 x 4 นิ้ว   2. กล่องสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีขนาด 2 x 4 นิ้ว   3. กล่องแปดเหลี่ยม ซึ่งไม่ค่อยนิยมใช้กัน

 

9