Banner 4

เจาะลึกการใช้งานแม่เหล็กตรวจจับบนประตูหน้าต่าง

เจาะลึกการใช้งานแม่เหล็กตรวจจับตามบานประตูและหน้าต่าง

 

Magnetic contact2

 

reed contact 1

Reed contact ที่อยู่ภายในแม่เหล็กตรวจจับ

แม่เหล็กตรวจจับช่างเป็นอุปกรณ์ที่ดูธรรมดาเหลือเกินสำหรับการใช้งานในระบบสัญญาณกันขโมยเพราะมีการนำมาใช้ติดตั้งในระบบกันขโมยกันเป็นเวลานานแล้ว และส่วนใหญ่มันจะถูกใช้ร่วมกับตู้ควบคุมระบบกันขโมยเพื่อแจ้งให้ทราบว่ามีการเปิด-ปิดประตูหรือไม่ เมื่อบานประตูถูกเปิดแล้วสัญญาณกันขโมยก็จะส่งเสียงร้องทันที ทำให้ขโมยหนีออกจากบ้านและเปิดประตูทิ้งไว้ ระบบกันก็ขโมยจะร้องจนกว่าเจ้าของบ้านจะมาใส่รหัสที่คีย์แพดไซเรนจึงจะหยุดทำงาน หรือไม่เช่นนั้นไซเรนก็จะเงียบไปเองเมื่อครบเวลาที่กำหนดไว้

ระบบกันขโมยที่ดีจะเปิดทำงานให้ใหม่โดยอัตโนมัติหลังสิ้นสุดเสียงไซเรน และจะทำการ bypass (ยกเว้น) โซนที่เพิ่งร้องออกไปเพื่อให้ตัวตรวจจับที่เหลืออยู่ทำงานได้  ที่เป็นเช่นนั้นเพราะขโมยที่เข้ามาในครั้งแรกไม่ได้ปิดประตูให้ท่านเมื่อหนีออกไป ดังนั้นแม่เหล็กโซนดังกล่าวงอยู่ในสภาพไม่พร้อมใช้งาน (การที่ระบบจะเริ่มทำงานได้ทุกโซนต้องปิดหมด)  ถึงจุดนี้แล้วท่านคงพอรู้แล้วว่าถ้าขโมยฉลาดจะรู้ว่าหากเข้ามาใหม่ทางช่องทางเดิมอีกครั้งจะไม่มีปัญหาเหมือนครั้งแรก

อย่าคิดว่าเรื่องเหล่านี้เป็นแค่ทฤษฏีและการวิตกจริตเพราะว่าในโลกแห่งความเป็นจริงมี case study แบบนี้เกิดขึ้นแล้ว เมื่อบ้านตากอากาศริมทะเลหลังหนึ่งเปิดระบบสัญญาณกันขโมยเอาไว้ช่วงเวลาที่ไม่อยู่บ้านโดยเจ้าของบ้านมักจะมาพักที่บ้านนี้สัปดาห์ละครั้ง จนกระทั่งขโมยรู้แล้วว่าวันไหนเจ้าของบ้านไม่อยู่ ขโมยจึงแอบเข้ามาตอนดึกและเมื่อสัญญาณกันขโมยทำงานก็หลบออกไป หลังจากสัญญาณกันขโมยหยุดร้องแล้วขโมยก็กลับเข้ามาในบ้านอีกครั้งโดยไม่เสียงไซเรนดัง (เพราะแม่เหล็กบานดังกล่าวถูก bypass ไปแล้ว) อย่างไรก็ดีถึงแม้บ้านท่านจะไม่ได้อยู่ชายทะเลแต่ไม่มีคนดูแลหรืออยู่โดดเดี่ยวห่างไกลจากเพื่อนบ้านท่านก็มีความเสี่ยงในทำนองเดียวกัน

 

วิธีแก้ปัญหา

การแก้ปัญหาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำนองนี้สามรถทำได้โดยการใช้เครื่องตรวจจับที่สามารถรีเซ็ตหน้าสัมผัสให้กลับมาปิดได้เองโดยอัตโนมัติเพื่อที่จะให้ตู้ควบคุมเปิดใช้งานใหม่ได้โดยไม่โดนยกเว้น (bypass) เครื่องตรวจจับที่มีหน้าสัมผัสเป็นอัตโนมัติก็คือ passive infrared detector (PIR) หรือโมชั่นเซ็นเซอร์ หรือตัวตรวจจับแบบอินฟราเรดนั่นเอง เนื่องจากทุกครั้งที่เครื่องตรวจจับชนิดนี้ตรวจจับการบุกรุกได้มันจะเปิดหน้าสัมผัสทิ้งไว้ประมาณ 2 – 3 วินาทีก่อนที่มันจะปิดลงเองโดยอัตโนมัติ และนั่นหมายถึงเมื่อขโมยเข้ามาในบ้านครั้งที่สองหรือครั้งที่สามตัวตรวจจับตัวเดิมนี้มันก็จะทำงานทุกครั้ง

 

Colt 10DL 300x200

 

ข้อดีอีกประการของตัวตรวจจับแบบนี้คือมันมีลำแสงเป็นแบบ volumetric จึงสามารถครอบคลุมพื้นที่ได้มากและไกล (10-15เมตร) มันจึงเป็นอุปกรณ์ backup ให้กับแม่เหล็กตรวจจับได้เป็นอย่างดีดังนั้นการใช้งานผสมผสานกันระหว่างตัวตรวจจับแบบแม่เหล็กและอินฟราเรดจึงเป็นสิ่งที่สมควรทำและขอฝากไว้นิดหนึ่งว่าตัวตรวจจับแบบอินฟราเรดมันเป็นอะไรที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนหากท่านจะหามาใช้ต้องเลือกให้ดีควรเลือกสินค้าที่น่าเชื่อถือแม้ราคาจะแพงกว่าแต่ก็สมควรที่จะเลือกใช้ทั้งนี้เพราะตัวตรวจจับอินฟราเรดเกรดต่ำจะก่อปัญหา false alarmในเวลาไม่นานส่วนใหญ่ 1ปีหรือน้อยกว่านั้นก็จะร้องเองโดยไม่รู้สาเหตุ ผู้เขียนเองเคยใช้ PIR ที่ผลิตในประเทศอิตาลีไม่ขอเอยยี่ห้อ ใช้มาประมาณ 4เดือนก็ร้องโดยไม่มีสาเหตุแล้ว เดือนต่อมาร้องเองคืนละสองครั้งสุดท้ายทนไม่ไหวปิดทิ้งไปเก็บเอาไว้แต่แม่เหล็กเพราะมันไม่เกิดปัญหาใดๆ จึงขอฝากเรื่องราวต่างๆเหล่านี้ไว้สำหรับผู้ที่ยังไม่มีประสบการณ์ในการใช้สัญญาณกันขโมยให้ทราบเอาไว้และขอแนะนำว่าถ้าสู้ราคาไหวให้เลือกเครื่องตรวจจับชนิดที่มีไมโครเวฟและอินฟราเรดในตัวเดียวกัน (dual-technologies) จะดีกว่าเพราะมันมีการตรวจสอบถึงสองวิธีก่อนส่งสัญญาณให้ตู้ควบคุม

 

โครงสร้างภายในของแม่เหล็กตรวจจับ

 

reed contact 3

เมื่อปิดประตูอำนาจแม่เหล็กจากคู่ของมันจะทำให้หน้าสัมผัสใน reed switch ปิด

ภายในตัวแม่เหล็กตรวจจับ1คู่จะประกอบไปด้วย reed contact ซึ่งมีขนาดเล็กมากอยู่ในหลอดแก้วใสและคู่ของมันจะมีแม่เหล็กถาวรอยู่ภายใน ตัว reed contact นี้จะปิด-เปิดตามอำนาจแม่เหล็กที่เข้ามาอยู่ในระยะทำงานซึ่งก็คือ 1 – 2 เซนติเมตร ในเวลาที่คู่ของมันอยู่ติดกัน (ประตูปิด)หน้าสัมผัสของ contact จะปิดเพราะอำนาจแม่เหล็กจากคู่ของมันกำลังดูดreed contact เอาไว้ และเมื่อบานประตูถูกเปิดออกหน้าสัมผัสจะเปลี่ยนไปเป็น “เปิด” ซึ่งลักษณะนี้หากตู้สัญญาณกันขโมยมีการเปิดใช้งานก็จะส่งสัญญาณเตือนภัยทันที

 

reed contact 4

 

ปัญหาที่มักเกิดกับแม่เหล็กตรวจจับ

เมื่อแม่เหล็กตรวจจับมีการใช้งานมาเป็นเวลานานอาจมีความผิดปกติบ้างซึ่งสาเหตุที่พบได้ส่วนใหญ่มีดังนี้

ประการแรก

บานประตูเริ่มเยื้องเพราะเมื่อเปิด-ปิดมาเป็นเวลานานบานมักจะตกและตำแหน่งคู่ของมันที่เคยชิดกันกลับเยื้องกันมากขึ้นมักทำให้ระยะการดูดเริ่มห่างจากกันจนหมิ่นเหม่ที่จะหลุดคลื่นแม่เหล็ก อาการที่พบคือติดบ้างดับบ้างเอาแน่นอนไม่ได้หากได้รับการปรับตำแหน่งอาการก็จะหายไปมักจะเกิดกับประตูบานไม้ที่โดนแดดโดนฝนมาเป็นเวลานานและใช้แม่เหล็กชนิดฝัง

ประการที่สอง

จุดต่อสายสัญญาณกันขโมยเข้ากับสายแม่เหล็กหลุดออกจากกันเพราะบัดกรีไว้ไม่ดีหรือไม่ก็ใช้สายสัญญาณไม่ดีประเภทสายโทรศัพท์ต่อเข้ากับสายแม่เหล็ก หรือไม่ได้บัดกรีแค่ขมวดสายไว้ด้วยกันแล้วพันด้วยเทปพันสายไฟเท่านั้น

ประการที่สาม

คู่ของมันซึ่งเป็นแม่เหล็กถาวรเริ่มเสื่อมอำนาจเพราะโดนความร้อนจากแสงแดดส่องมาที่บานประตูเป็นเวลานานและเป็นเพราะใช้แม่เหล็กเกรดไม่ดี ทั้งนี้แม่เหล็กที่นิยมใช้คู่กับ reed contact ควรเป็นแม่เหล็กประเภท neodymium magnet ที่มีมาตรฐานสากลรองรับเท่านั้น

ประการที่สี่

ตัว reed contact ค้างไม่ว่าจะติดค้างหรือปล่อยค้างปัญหานี้เกิดจากความบกพร่องในสายการผลิตและการเช็คคุณภาพสินค้าที่ไม่ดีรวมไปถึงวัสดุที่เอามาทำ reed contact ไม่ได้มาตรฐาน แม่เหล็กตรวจจับประเภทนี้มักมีราคาถูกเกินเหตุท่านจึงควรสังเกตมาตรฐานสากลที่น่าเชื่อถือบนตัวสินค้าเป็นเกณฑ์ (เช่น UL เป็นต้น)

 

หากท่านมีคำถามหรือต้องการแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่กล่าวมาทั้งหมดนี้กรุณาโพสข้อความของท่านไว้ในช่อง comment ที่อยู่ด้านล่างนี้ครับ